snsd

Loading...

โรงเเรมหรู

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยในอนาคต

พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยในอนาคต
RSU News นำเสนอบทสัมภาษณ์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยเรื่อง ประเทศไทยกับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
     มีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ดังกล่าวมาแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2551 แต่เราเห็นว่าควรมีการนำมาเผบแพร่ต่อสาธารณชนอีกครั้ง เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และความเข้าใจเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ พลังงานที่อาจจะเป็นทางออกให้กับประเทศไทยที่กำลังแสวงหาแนวทางใหม่เพื่อลดการพึ่งพาการซื้อพลังงาน จากประเทศเพื่อนบ้าน

ประเทศไทยกับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
ภาวะขาดแคลนพลังงานเป็นปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ หลายประเทศเริ่มหันมาพึงพาพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามก็เริ่มขยับเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง ในขณะที่ประเทศไทย มีการใช้พลังจากหลายแหล่งและกว่า 60 เปอร์เซ็นต์จากพลังงานในระบบของประเทศ
ไทยเราใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติที่ได้จากอ่าวไทยเป็นหลัก ซึ่งนับวันมีแต่จะร่อยหรอลงไป ในขณะที่แหล่งพลังงานอย่างอื่น เช่น พลังงานจากน้ำซึ่งต้องอาศัยการสร้างเขื่อน ก็ดูไม่เหมาะกับประเทศไทยในปัจจุบันที่เริ่มพื้นที่ในการสร้างได้ยากยิ่งขึ้น ซ้ำประเด็นการอนุรักษ์ธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่ถูกนำมาถกและพูดคุยกันอยู่เสมอ ดังนั้น เหมือนประหนึ่งว่าทางเลือกของแหล่งพลังงานจากไทยมีอยู่ไม่กี่ทาง และโครงการโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่มีการนำมาพูดคุยกันอยู่เสมอ ในขณะที่ความหวาดกลัวต่อปฏิกริยานิวเคลียร์ยังมีอยู่ทั่วไปในประชาชนคนไทยที่เกรงกลัวถึงภัยอันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ สิรินธร (SIIT) ม.ธรรมศาสตร์ ผู้ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย เปิดเผยว่า
“ปัญหาเรื่องพลังงานของเมืองไทยนี้ จริงๆ มันมีอยู่สองทาง คือการซื้อมาจากข้างนอก เช่น ไทยซื้อจากจีน จากลาว ก็ต้องลงทุน แต่มีความเสี่ยง ถ้าเขาไม่ขายให้เราก็แย่ ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการที่เราสามารถพึ่งตนเองได้ โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็จะเป็นทางเลือกทางหนึ่ง ราคาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก อาจจะเพิ่มขึ้นแต่ว่าเพิ่มขึ้นไม่มาก ข้อดีอีกอย่าง คือการซื้อขายพลังงานพวกนี้จะมีการทำสัญญาที่ค่อนข้างจะยาวนาน เพราะฉะนั้นการซื้อขายในลักษณะนี้ การเปลี่ยนแปลงก็จะมีไม่ค่อยเยอะ อย่างเราตกลงกันแล้วเขาก็จะมีให้เรา

ทางด้านเชื้อเพลิงยูเรเนียมมีอยู่เยอะพอสมควร ปัญหาการขาดแคลนยังมีอยู่น้อย ความเหมาะสมกับของประเทศไทยที่จะมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์มีอยู่มากเมื่อเทียบกับทางเลือกอย่างอื่น มันยังมีผลดีของทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ถ้าใช้พลังงานน้ำก็มีปัญหาทางด้านพื้นที่ ใช้ก๊าซเราก็ไม่มีมากนัก และที่สำคัญ ก๊าซปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ ขณะที่นิวเคลียร์ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นพิจารณา ในเรื่องนี้ความเหมาะสมเป็นองค์ประกอบหนึ่งไม่ใช่องค์ประกอบหลัก ถือว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งเป็นทางเลือกที่ดี ”
สำหรับการตั้งโรงงานนิวเคลียร์ขึ้นมาต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการกลั่นกรองมากมาย โดยพื้นที่ก่อสร้างจะต้องไม่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนวแผ่นดินไหว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เพราะหากเกิดการเคลื่อนของแผ่นเปลือกโลกจากแนวแผ่นดินไหวขึ้นมาก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย กับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ได้  ทั้งยังต้องพิจารณาในประเด็นต่างๆ อีกมากมาย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยง เช่น ไม่อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดสึนามิ เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง ไม่อยู่ใกล้ชุมชนเกินไป  ทั้งยังต้องไม่อยู่ในพื้นที่สำคัญเช่นอยู่ใกล้จุดสำคัญต่างๆ เช่น เขตป่าสงวน แหล่งโบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ  หรือในทางด้านวิศวกรรมก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม เพื่อเลือกสถานที่ที่ไม่มีการยุบตัว
“การตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นมาสักแห่งต้องผ่านการพิจารณาที่ละเอียดถี่ถ้วนมากต้องมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เข้ามาร่วมกันพิจารณา นอกจากกฎระเบียบต่างๆ แล้ว ตัวอาคารที่สร้างโรงงานนิวเคลียร์เองนี้เขากำหนดไว้เลยว่าจะมีมากถึง 5 ชั้น ชั้นนอกสุดจะเป็นคอนกรีตที่หนาเกือบ 2 เมตร สมมติถ้า ในกรณีที่แย่ที่สุดคือเกิดการระเบิดขึ้นมามันก็จะไม่ทำให้โครงสร้างที่อยู่ข้างนอก ที่เป็นคอนกรีตนี้พังลงมาได้  เพราะฉะนั้นถ้าระเบิดมันก็อยู่ข้างในนั้นทิ้งไว้ก็จะไม่มีอันตรายอะไรถ้าไม่มีใครไปยุ่ง เพียงแต่เสียพื้นที่ตรงนั้นไป แต่ขั้นตอนกว่าที่จะสร้างโรงงานขึ้นมาได้ มันใช้เวลานานมาก”
สำหรับประเทศไทยมีความคิดที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 โดยในขณะนั้นมีโครงการจะสร้างในบริเวณ อ่าวไผ่ จังหวัดชลบุรี แต่ในขณะนั้นได้มีการขุดพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย จึงทำให้โครงการดังกล่าวหยุดชะงักไป  ก่อนที่จะมีการนำมาปัดฝุ่นกันอีกครั้งในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ และเลือกสถานที่ในการก่อสร้าง
“ขณะนี้เริ่มมีการพิจารณาเรื่องการสร้างโรงงานนิวเคลียร์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ** ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเลือกสถานที่ ได้สถานที่ในเบื้องต้นมาหลายสถานที่ก็กำลังศึกษาในเชิงลึกว่าสถานที่ไหน เหมาะสมที่สุด ซึ่งตัวสถานที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้  ถ้าจะสร้างก็คงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะติดกับน้ำทะเลตรงบริเวณที่มีชายฝั่งมากกว่า เพราะโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องการปริมาณน้ำที่สูง การที่จะสร้างโดยใช้น้ำจืดค่อนข้างจะมีปัญหา เพราะหากมีการสร้างในแหล่งน้ำจืด ก็หมายความว่าเขาต้องเก็บน้ำเพื่อเก็บไว้ใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อการเกษตร เพราะฉะนั้นวิธีการที่เราคิดกันก็คือสร้างในบริเวณที่ติดกับทะเลเพราะสามารถนำน้ำทะเลมาใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ได้ ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น