snsd

Loading...

โรงเเรมหรู

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

สมองหมูอร่อยๆมีประโยชน์บำรุงสมอง

สมองหมูอร่อยๆมีประโยชน์บำรุงสมอง
สมองหมูอร่อยๆมีประโยชน์บำรุงสมอง เข้าว่ากันนะครับสมองหมูเนี่ยเค้าเอาไปทำยารักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วยครับ เพราะมีประโยชน์อย่างมากครับส่วนรายการอาหารเกี่ยวกับสมองหมูก็มีนะครับ

จาก หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553






 อาทิตย์นี้ขออนุญาตแนะนำอาหารแปลกซึ่งเป็นเมนูเด็ดของคนจีนแคะโดยเฉพาะ คือเกาเหลาสมองหมู ที่ปัจจุบันมีให้กินอยู่ไม่กี่ร้านเท่านั้น คนส่วนใหญ่ถ้าอยากจะกินเกาเหลาสมองหมูก็ต้องไปที่ถนนแพร่งภูธร เพราะที่นี่มีเกาเหลาสมองหมูให้เลือกกินถึง 2 ร้าน เป็นร้านคนจีนแคะแท้ๆ ที่มีป้ายเปิบพิสดารของแม่ช้อยนางรำ ที่เคยแนะนำไปเมื่อหลายปีก่อน อีกร้านที่จะแนะนำคือร้านคนไทย ที่มีชื่อร้านว่า "ไทยทำ" ร้านนี้มีป้ายเชลล์ชวนชิม ของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ รับประกันความอร่อย     ผมเป็นลูกค้าประจำทั้งสองร้าน วันไหนอยากจะรสชาติแบบต้มยำแซ่บๆ ก็จะไปกินที่ร้านคนจีน วันไหนอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ก็จะข้ามมาฝั่งตรงข้ามที่ร้านคนไทย สรุปว่าลูกจีนแคะอย่างผมยกนิ้ว
ให้ว่าอร่อยทั้งสองร้าน
คนจีนที่เอาสมองหมูมาปรุงอาหารได้อร่อยสุดๆ ก็เห็นจะมีคนจีนแคะนี่แหละครับ ผมจึงคุ้นกับสมองหมูที่กินมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่บ้านจะเอาสมองหมูมาตุ๋นกับยาจีน
เกาเหลาสมองหมูเครื่องเคราก็คล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวแคะนั่นแหละ ถ้าไม่นับสมองหมูก็จะมีที่เหมือนๆ กันคือลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นทอดกรอบ เต้าหู้ยัดไส้ หนังปลาทอด
ลูกชิ้นปลาของคนแคะก็จะไม่เหมือนลูกชิ้น
ปลาของคนแต้จิ๋ว เพราะลูกชิ้นปลาคนแคะจะใช้ปลาอินทรีย์อย่างเดียว ขณะที่ลูกชิ้นปลาแต้จิ๋วจะใช้เนื้อปลา 3 อย่างผสมกัน ลูกชิ้นทอดก็ต่างกัน ของแต้จิ๋วเอาลูกชิ้นปลามาทอด หรือเอาลูกชิ้นกุ้งมาทอด แต่ลูกชิ้นทอดคนแคะจะปรุงพิเศษจากหนังปลาและกระดูกปลา นำมาสับแล้วผสมเครื่องปรุงก่อนจะนำไปทอด
ก่อนจะนำร้านเกาเหลาสมองหมูไทยทำ มาเขียนแนะนำให้ไปชิมในฉบับแทบลอยด์วันอาทิตย์นี้ ผมได้แอบไปชิมเมื่อกลางสัปดาห์ ไปถึงก็สั่งเกาเหลาทุกอย่าง ข้าวเปล่า และกุนเชียงตับอีก  1 จาน เพราะนี่คือสูตรสำเร็จของร้านนี้
เกาเหลาสมองหมูที่ครบเครื่องจริงๆ ต้องมีสมองหมูต้มสุกแล้วเป็นพระเอก ตามด้วยเครื่องในหมูที่มีกระเพาะ ตับ เซี่ยงจี๊ มีลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกรอบ หนังปลาทอด ขาหมูต้มสุกที่นำไปย่างจนหอม ถ้าเป็นสมองหมูคนแคะต้นตำรับ ทุกอย่างจะต้องตัดด้วยกรรไกรไม่ใช้มีดหั่น
น้ำซุปเกาเหลาสมองหมูก็สำคัญมาก ต้องเป็นน้ำซุปที่ต้มจนได้ที่ถึงรสถึงชาติ ที่สำคัญต้องร้อนจนถึงจุดเดือดนั่นแหละ เพราะไม่เช่นนั้นเกาเหลาสมองหมูจะไม่อร่อยเกาเหลาสมองหมูร้านนี้ต้องปรุงเอง อยากได้รสชาติแบบไหนก็ปรุงได้เต็มที่ เพราะมีทั้งพริกตำ น้ำส้มสายชู พริกป่น พริกไทย ผิดกับร้านคนจีนฝั่งตรงข้ามที่เขาปรุงแบบต้มยำให้เสร็จเรียบร้อย ยกมาเสิร์ฟก็กินได้เลยถ้าจะให้ครบสูตรเกาเหลาสมองหมู ก็ต้องมีกุนเชียงหมูหรือกุนเชียงตับหั่นมาอีก 1 จาน
มีซีอิ๊วดำแบบหวานมาให้จิ้มกุนเชียง
เจ้าของร้านสมองหมูไทยทำคือ คุณสุดจิตต์ สุรนันท์ อายุปีนี้ก็ 70 ปีแล้ว แต่ยังเป็นมือหนึ่งในการปรุงเกาเหลาสมองหมู โดยมีลูกๆ หลานๆ อีกหลายคนมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ
คุณสุดจิตต์บอกว่า  ขายเกาเหลาสมองหมูมา 50 กว่าปี ตั้งแต่ พ.ศ.2500 ตอนนั้นขายแค่ชามละ 3 บาท ข้าวเปล่า 50 สตางค์ น้ำแข็งเปล่าสลึงเดียว โดยเริ่มจากช่วยแม่บุญธรรมที่เป็นคนจีนแคะขาย หลังจากที่แม่บุญธรรมเสียและลูกชายก็ไปเป็นผู้พิพากษา คุณสุดจิตต์ก็ต้องรับหน้าที่ดูแลร้านเกาเหลาสมองหมูจนถึงทุกวันนี้
ถึงแม้เกาเหลาสมองหมูจะเป็นอาหารจีนแคะ แต่คุณสุดจิตต์ซึ่งเป็นลูกไทยแท้ ก็ภูมิใจว่าสามารถสืบทอดกิจการจากแม่บุญธรรมซึ่งเป็นคนจีนแคะ ขายต่อจนถึงทุกวันนี้โดยที่ลูกค้าก็ยังมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย จึงตั้งชื่อร้านว่า "ไทยทำ" จนได้ป้ายเชลล์ชวนชิมจากอาหม่อมถนัดศรี
ทุกวันนี้คุณสุดจิตต์จะแบ่งหน้าที่ให้ลูกหลานช่วยกันทำ เพื่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่ญาติพี่น้อง โดยไม่ต้องแยกสาขาไปขายที่ไหน      เกาเหลาสมองหมูร้านนี้ล่าสุดขายชามละ 70 บาท ข้าวเปล่า 5 บาท กุนเชียงจานละ 20 บาท ถ้าจะเรียกไปออกร้านนอกสถานที่ ก็ต้องเริ่มต้นที่ 300 ชามเป็นอย่างน้อย
อยากลองชิมเกาเหลาสมองหมูต้องไปที่ถนนแพร่งภูธร เลือกกินได้ทั้งสองร้าน เพราะต่างก็อร่อยไปคนละแบบ หรือถ้าไม่กล้ากินสมองหมู จะสั่งเป็นเกาเหลาที่ไม่ใส่สมองหมูก็ได้ สอบถามเส้นทางหรือขอรายละเอียดได้ที่  0-2221-7612  หรือ 08-9885-2512.

ลองกินดูครับผมว่าน่าอร่อยครับไว้จะหามากินบ้างครับสมองหมูเนี่ย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น